self-development——Kan

เป็นฮีโร่ในแบบของตัวเอง ดึงพลังพิเศษที่มีออกมาใช้ให้สุด

ทุกคนมีพลังพิเศษซ่อนอยู่ นั่นคือส่วนผสมของสิ่งที่เราถนัด!

เพิ่งได้เรียนเรื่อง “unfair advantage” หรือ ข้อได้เปรียบที่ไม่ยุติธรรม ใน bootcamp ที่กำลังเรียนอยู่ อธิบายง่ายๆ คือ คนเราเกิดมาในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน และพัฒนาทักษะที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตได้ต่างกัน unfair advantage ทำให้เราโดดเด่นกว่าคนอื่นในโลกจริง ซึ่งมีอยู่ 5 อย่าง ลองดูกันว่าเรามีกี่ข้อ

1. Money (เงิน)

  • อาจเกิดในครอบครัวที่มีฐานะ
  • หรือมีรายได้สูงอยู่แล้ว
  • หรือไม่มีภาระครอบครัว
  • หรือเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายกว่าคนอื่น

2. Intelligence & Insight (ไหวพริบและมุมมอง)

  • เข้าใจองค์ความรู้ได้เร็ว และถ่ายทอดออกมาเป็น framework ได้
  • มองเห็นเทรนด์และคว้าโอกาสได้ก่อน

3. Location (ทำเล)

  • อยู่ใจกลางเมือง หรือพื้นที่ที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและโอกาส เช่น Silicon Valley
  • มีทำเลทองสำหรับเปิดหน้าร้าน

4. Education & Expertise (การศึกษาและความเชี่ยวชาญ)

  • มีทักษะที่อุตสาหกรรมต้องการ
  • หรือจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง
  • หรือผลงานเป็นที่จดจำในกลุ่มคนที่สนใจเรื่องเดียวกัน

5. Status (สถานะ)

  • เป็นที่รู้จักในวงกว้าง
  • มี personal brand
  • มี beauty privilege

คนส่วนใหญ่มี unfair advantage หลายข้อ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคน หน้าที่ของเราคือประเมินว่าอะไรทำให้เราโดดเด่น แล้วเลือกสิ่งนั้นเป็นอาวุธไว้สู้ในโลกจริง แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่เราจะเผลอเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น (อาจไม่เห็นด้วย แต่บางที social media ก็พาไปแบบนั้น) จนเริ่มไม่มั่นใจในตัวเอง

โชคดีที่ได้เจอคลิปจากช่อง YouTube ‘9arm’ ที่อธิบายเรื่องนี้ออกมาเป็นกราฟ โดยใช้ Claude artifact ตัวนี้

ตัวแอปใช้ง่ายมาก เรากำหนดแกนแต่ละแกนเป็นทักษะ (หรือ unfair advantage) ที่อยากเทียบกับคนอื่น เช่น ทักษะด้านเทคนิค ทักษะการสื่อสาร หรือการศึกษา จะเพิ่มกี่แกนก็ได้ และเปิด/ปิดแต่ละแกนเพื่อเทียบแยกกันได้

จากนั้นเพิ่มจุดลงบนกราฟ แต่ละจุดแทนคนหนึ่งคน (เรา vs. นาย A, นาย B ไปเรื่อยๆ) ให้คะแนนแต่ละจุดในแต่ละแกน จุดก็จะขยับไปอยู่ตำแหน่งของมันบนกราฟ

หลังจากนั้นเราจะเห็นว่าตัวเองกับคนอื่นอยู่ตรงไหน ทั้งแบบ 2D และ 3D เพื่อหาจุดยืนที่ใช่ วิเคราะห์ว่าทักษะไหนทำให้เรามีโอกาสชนะสูงกว่า และอย่าไปไล่ตามสิ่งที่เราสู้ไม่ได้ ช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าจะพัฒนาเส้นทางไหนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด จะได้ไม่แพ้ในสนามจริง

แล้วถ้าเลือกไปแล้วไม่สำเร็จล่ะ?

เข้าใจว่าจะรู้สึกเหมือนล้มเหลว แต่มันกู้คืนได้ เสียใจได้สักพัก แล้วก้าวต่อ เรียนรู้ และเริ่มเส้นทางใหม่ แต่อย่าลืมว่ามันแลกมาด้วยเวลา เลือกให้ดี ไม่อย่างนั้นอาจไม่มีเวลาเริ่มใหม่ตอนอายุปลาย 30

ทั้งเราและผมยังอยู่บนเส้นทางเอาตัวรอดของชีวิต แม้จะผ่านความเจ็บปวดมาแล้วก็ตาม แต่ผมเชื่อว่าแต่ละคนมีคุณค่าเฉพาะตัวที่ส่งมอบให้สังคมได้ ทำให้มันดีขึ้นเรื่อยๆ แล้ววันหนึ่งจะถึงตาเราได้ฉายแสง