finance——Kan
ลงทุนแต่หุ้นอเมริกา เสี่ยงไหม?
วันหยุดที่ผ่านมา บังเอิญได้ฟัง podcast ของ NPR ช่วงเศรษฐกิจที่ดำเนินรายการโดย Darian Woods และ Adrian Ma คุยกันเรื่อง “ข้อดีข้อเสียของการลงทุนแต่ในอเมริกา” ซึ่งเข้ากับช่วงตลาดกระทิงปี 2024 พอดี
ใน podcast ยังมี Dan Villalon ผู้อำนวยการจาก AQR Capital Management มาแชร์มุมมองการลงทุนในตลาดอเมริกาด้วย
ประเด็นสำคัญ
บริบทของตลาด
หุ้นอเมริกาเติบโตอย่างมากในปี 2024 ทำผลงานชนะตลาดอื่นเป็นสถิติในรอบ 15 ปี กำไรของบริษัทในตลาดแข็งแกร่ง แต่กระจุกอยู่ที่บริษัทเทคเป็นส่วนใหญ่ และยังมีความกังวลเรื่องการขาดดุลของรัฐบาลอเมริกาที่ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ
Valuation ของหุ้นอเมริกา
ตอนนี้หุ้นอเมริกาซื้อขายสูงกว่ามูลค่าพื้นฐาน ยกตัวอย่าง Amazon (AMZN) ที่ราคาขึ้นจาก $150 เป็น $230 ในปีที่ผ่านมา ต่อให้เชื่อว่า Amazon จะโตกำไรต่อได้อีก 10 ปี ราคาก็แพงไปแล้ว การซื้อตอนนี้จะไม่ได้ความคุ้มค่าเท่าเดิม แปลว่าเราต้องกลับมาคิดเรื่องการกระจายความเสี่ยงใหม่
ประโยค “อย่าใส่ไข่ทั้งหมดไว้ในตะกร้าใบเดียว” ในแง่การลงทุน คือการกระจายสินทรัพย์ไปหลายอุตสาหกรรมและหลายประเทศ สมมติเราลงทุนทั้งตลาดอเมริกาและญี่ปุ่น ถ้าวันหนึ่งอเมริกาเข้าสู่ภาวะถดถอย ผลตอบแทนส่วนที่อยู่ในอเมริกาจะลดลง แต่เรายังได้ประโยชน์จากตลาดญี่ปุ่น เงินของเราจึงไม่เสี่ยงทั้งหมดพร้อมกัน

แล้วถ้าตลาดไหนให้ผลตอบแทนดีมาก จะพูดได้ไหมว่า “เสี่ยงมาก ได้มาก”?
จริงๆ แล้วตลาดก็ทำงานแบบนั้นแหละ การลงทุนในอุตสาหกรรมหรือประเทศที่เสี่ยงกว่า แปลว่ามีโอกาสขาดทุนสูงกว่า แต่ก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนมากกว่าถ้าทุกอย่างไปได้ดี การกระจายความเสี่ยงช่วยให้เราได้ผลตอบแทนที่ดี และปลอดภัยขึ้นไปพร้อมกัน
อีกเรื่องที่หลายคนลืมเมื่อพูดถึงการกระจายความเสี่ยง คือความกลัว “ตกรถ” หรือ FOMO (Fear of Missing Out) เห็นหุ้นกลุ่มหนึ่งวิ่งแรงก็อยากเข้า จนทิ้งการกระจายความเสี่ยงไปเลย ซึ่งเห็นชัดกับหุ้นอเมริกาในปีที่ผ่านมา ตอนนี้ราคาแพงแล้ว ขณะที่หุ้นในประเทศอื่นได้รับความสนใจน้อยกว่ามาก แต่อาจให้ผลตอบแทนดีใน 5-10 ปีข้างหน้า ทางที่ดีที่สุดคือกระจายไปหลายประเทศ หาหุ้นดีในราคาสมเหตุสมผล และบริหารความเสี่ยงทุกด้าน
ที่มา: https://www.npr.org/2025/01/16/nx-s1-5215927/what-are-the-pros-and-cons-of-investing-only-in-the-u-s